YuNgYiNg's profileyes i am a kangarooPhotosBlogLists Tools Help

yes i am a kangaroo

"ชีวิตมีไว้ให้เราใช้ ไม่ใช่ให้มันมาใช้เรา"

Presentazione

Loading...
May 11

แปลกดีนะ...

แปลกดีนะ...
บางครั้งบางคราวที่เจ้าโคมสีเหลืองนวลบนฟ้าแสนงดงามจนเรามิอาจจะละสายตา
 
แปลกดีนะ...
ที่ภาพข้างทางเพียงแค่พื้นน้ำกับทุ่งหญ้ากลับสวยยิ่งไปกว่าภาพใดในพิพิธภัณฑ์
 
แปลกดีนะ...
ที่แสงแดดนั้นช่างแสนอบอุ่น  จนต้องหันไปทักทายกับนกตัวน้อยยามเช้า
 
แปลกดีนะ...
ที่อยู่ดีดี  รอยยิ้มก็พร่างพราวเต็มหน้าเมื่อเห็นหน้าตุ๊กตาตัวเก่าเก่า
 
แปลกดีนะ...
ที่ลมเย็นริมน้ำยามค่ำคืนทำให้เรารู้สึกขอบคุณทุกห้วงลมหายใจ
 
แปลกดีนะ...
ที่เพลงบางเพลงทำให้เราต้องหลับตาและ...เพ้อ
February 28

เรื่องของชีวิต (ไม่ประจำวัน)

 
บางอารมณ์ในวัน
วันนี้ตอนกลับบ้าน  ปั่นจักรยานปล่อยมือเอื่อยๆ 
อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันช่างแสนสบาย
อารมณ์ดีในแบบที่ไม่ได้เป็นมาหลายวันนักแล้ว
แล้วก็รู้สึกว่าอยากจะเขียนบลอกขึ้นมากะทันหัน
ความรู้สึกที่อยากจะเขียนอะไรมันมีอยู่เรื่อยๆ ล่ะ
แต่เพราะภาระอะไรหลายๆ อย่างที่หลั่งไหลเข้ามา
ทำให้ไม่ค่อยได้ทำอะไรอย่างที่ใจคิดเท่าไหร่
แล้วพอปล่อยให้อะไรต่อมิอะไรไหลผ่านไป
มันก็แสนน่าเสียดาย...
ที่เราอาจจะจำเรื่องราวของวันนั้นๆ ได้
แต่กลับหลงลืมอารมณ์งดงามของวินาทีนั้นไป

ณ ตอนนั้นก็เกิดนึกรู้ขึ้นมาว่า
เวลาที่เราถึงอยากจะเขียนอะไรขึ้นมา
มันไม่ใช่แค่อยากบอกเล่าเรื่องราวให้ใครฟัง
....แต่มันคืออารมณ์แบบนี้ล่ะ  ที่อยากจะเก็บเอาไว้

มันเป็นความรู้สึกดีดีที่แตกต่างจากปกติทั่วไป
เวลาที่เราสนุกสนานกับเพื่อนฝูง  ไปกินอาหารอร่อยๆ หรือหัวเราะขำๆ
มันก็สนุกดี อารมณ์ดีนะ  ...แต่มันไม่เหมือนกับเวลาที่...อยู่ดีดีก็รู้สึกดีขึ้นมา
แบบดีเรารู้สึกได้ถึงทั้งอบอุ่นและเย็นสบายไปพร้อมๆ กัน ของอารมณ์ข้างในตัวเอง
...เป็นความดีใจที่ได้รู้ว่าตัวเองมีความสุขน่ะนะ...

ความรู้สึกแบบนี้  มันไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นมา  หรือขวนขวายไขว่หา
แต่เป็นห้วงนี้อารมณ์ที่เราสามารถมองสิ่งรอบตัวให้งดงามและดื่มด่ำกับมันได้

เวลาแบบนี้  เราไม่รู้ตัวเลยว่า...
เพลงที่เราฟังมันเพราะจนทำให้เราอารมณ์ดี
หรือว่า...
เราอารมณ์ดีมากจนรู้สึกว่าเพลงธรรมดามันเพราะกันแน่
 
 
 
บาง "ทุกวัน" ของชีวิต
ชีวิตทุกวันของเราก็ดำเนินไปเรื่อยๆ   ด้วยสปีดแบบที่ไม่เรื่อย
หลังจากจบการแข่งขันศาลจำลองรอบหน้าหนาว  ฉลองปีใหม่ สอบปลายภาค
งานพิเศษ  มิวเซียม เที่ยว สโนว์บอร์ด ก็ไหลผ่านชีวิตประจำวันไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว
แล้วตอนนี้ก็กำลังวุ่นวายอยู่กับเตรียมพรีเซนต์ในสัมมนากฎหมายระหว่างประเทศของชมรม
เหนื่อยบ้างแต่ไม่ท้อ  ยุ่งมากแต่ไม่มึนเท่าไหร่  เครียดนิดหน่อยแต่ยังหัวเราะได้ตลอด

มีหลายเรื่องที่ต้องมาส่งข่าวกัน และบางเรื่องที่อยากเล่าสู่กันฟัง
(น่าเสียดายที่ไม่มีเวลามากพอจะเล่าด้วยภาษาเนียนๆ ละเมียดละไมเอาเสียเลย)
 

เรื่องศาลจำลอง
      งานแข่งศาลจำลองตอนหน้าหนาว (Jessup International Moot Court) จบไปด้วยดี
ถึงจะพลาดรางวัลชนะเลิศและสิทธิ์ไปแข่งต่อระดับนานาชาติที่วอชิงตันแบบเฉียดฉิว  แต่ก็ทิ้งผล
งานไว้อย่างงดงาม  นอกจากคะแนนในการว่าความรอบชิงชนะเลิศแล้ว  ทีมเราก็กวาดรางวัลตั้งแต่
memorial (เอกสารคำฟ้อง) ไปจนถึง oralists  
       เป็นสามเดือนที่(โคตร)เหนื่อยมาก  และก็เป็นสามเดือนที่สนุกมากจริงๆ
       ได้เรียนรู้หลายสิ่ง  และได้พัฒนาตัวเองในหลายมุมมองเลยทีเดียว
        ...ดีใจจริงๆ ที่ได้สร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับตัวเองแบบนี้...
 

เรื่องปีใหม่
      ไปฉลองแล้วฉลองอีกไม่รู้จบ  ทั้งกับอาจารย์ กับที่ชมรม กับเพื่อนในกลุ่ม  ทั้งดื่ม ทั้งกินปู กินเนื้อ
กินพาสต้า กินอาหารปีใหม่ อืดสุดๆ ไปเลย 
      ส่วนคืนส่งท้ายปีเก่าไม่ได้ไปเคาน์ดาวน์ที่ไหน  แต่ไปตระเวนไหว้พระหลายวัดหลายศาลเจ้า
ไปลองชิมบรรยากาศปีใหม่แบบญี่ปุ่นแท้ๆ  เพิ่งรู้ตัวว่า ชอบงานวัดญี่ปุ่นชะมัดเลย  กลับมาเขียน
อะไรค้างไว้ว่าอย่างนี้
 
       " แปลกดีนะ ทั้งที่เวลาที่เคลื่อนไหวระหว่างวันที่สามสิบเอ็ดธันวาไปจนถึงหนึ่งมกรา ก็ไม่ได้
แตกต่างอะไรจากวันอื่นๆ แต่เรากลับรู้สึกว่าเป็นวันพิเศษขึ้นมาได้  เมื่อก่อนเคยไม่ชอบที่จะต้องให้
ความสำคัญกับวันธรรมดาวันหนึ่งที่ใครก็ไม่รู้กำหนดขึ้นมา  แต่บรรยากาศของเทศกาลเหล่านี้มันไม่
ใช้แค่เรื่องปรุงแต่งที่ฉาบฉวย  แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และเป็นช่วงเวลาที่คนเราจะได้รู้สึก
ตัวกับการกระทำ การมีอยู่ของตัวเองในรอบปีหนึ่งๆ  ซึ่งมันเต็มไปด้วยความหมายที่เป็นธรรมชาติ
ของคน...คนที่ยังอยู่กับคนด้วยกัน "
 

เรื่องสอบ
        เทอมนี้สอบน้อย รายงานหน่อย  แต่เพราะยุ่งมากจนแทบไม่ได้เรียนมาทั้งเทอม  เลยต้องอ่าน
ฝรั่งเศส  กฎหมายครอบครัว  รัฐศาสตร์เปรียบเทียบ   อารยธรรมยุคใหม่   และรัฐธรรมนูญจนหัวฟู
กันไปข้างหนึ่ง   ส่วนเกรดก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง   แต่แค่รัฐธรรมนูญได้เอทั้งสองตัวก็แฮปปี้แล้วล่ะ
       อ่อ...อ่านหนังสือแล้วรู้สึกหัวฟูมากไปก็เลยไปตัดผมสั้นซะล่ะ  สบายหัวและรู้สึกเป็นตัวขอตัวเอง
ดีมาก  คราวนี้ยิ่งดูห้าวหนักเข้าไปอีก  แต่ถึงยังไงเราก็ชินกับตัวเองที่ผมสั้นมากกว่าแฮะ 
 

เรื่องฝรั่งเศส
        ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว  และตั้งแต่เดือนกันยาปีนี้ จะไปเรียนที่ฝรั่งเศส
เป็นเวลาสิบเดือนจ้ะ  ที่ Robert Schuman University เมือง  Strasbourg  อยู่ติดเยอรมัน  เมืองที่
เป็นปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนของฝรั่งเศสกับเยอรมันมายาวนานมากๆ นั่นแหละ  เป็น
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ  สมกับอยู่ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางของอียูเลยล่ะ  
ก็คงจะต้องพยายามกับภาษาฝรั่งเศสมากๆ แล้ว
 

เรื่องเที่ยว
       ปีนี้มีคนมาหาที่เกียวโตเยอะมาก  พี่กิ๊บมาสองรอบ ไอ้มาศก็มา รุ่นน้องก็มาสอบ เพื่อนสมัยมอ
ปลายก็มา โฮสต์แฟมิลี่ก็มา  สนุกสนานกับการได้เจอเพื่อนเก่าๆ   แล้วก็เลยได้โอกาสตระเวนเกียวโต
โกเบ โอซาก้าด้วย   ไปหาอะไรกินอร่อยๆ  ได้บ่อยมาก   แถมบ้าพลังไปตระเวนมิวเซียมและแกล
ลอรี่แบบหิวกระหายสุดๆ    กับที่ชมรมพอจบเรื่องแข่งหนักๆ แล้วก็มีเวลาชวนกันไปหาเหล้ากินบ้าง  
วันก่อนไปเจอ Jazz Bar บรรยากาศสุดชิลแถวๆ บ้าน  วิสกี้อร่อย ชี้สอร่อย แล้วก็มีกาแฟกับเค้กด้วย 
มีไลฟ์ทุกอาทิตย์อีกตังหาก
        แล้วก็เพิ่งจะไปเล่นสโนว์บอร์ดกับเพื่อนๆ มา   เล่นสโนว์บอร์ดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่  แต่แค่ชมวิว
ภูเขาหิมะก็พอแล้ว  ...สวยจนอยากนอนแช่หิมะอยู่ตรงนั้น 
       สัญญาว่าทั้งหมดนี้จะเอารูปมาอวดให้ดูกัน
 

เรื่องทำงาน
       เริ่มทำงานพิเศษบ้าง  ตอนนี้มีอยู่สามอย่าง คือ สอนภาษาไทย (แปลบ้าง)  แปลเว็บไซต์และ
อาจจะดีไซน์ด้วย (ชื่อเว็บ www.lang-8.com เป็นเว็บเรียนภาษาด้วยตัวเอง น่าสนใจดี)  แล้วก็ช่วย
งานบริษัทอาร์ตโปรเจค  
       อันหลังนี่ไม่ค่อยได้ตังค์แต่ว่าสนุกดีมาก  ช่วยทำเรื่องติดต่อทางต่างประเทศ  นำเสนอเพอร์
ฟอร์แมนซ์ของศิลปินญี่ปุ่นไปเมืองนอก หรือก็ติดต่อศิลปินเมืองนอกมาญี่ปุ่น  บางโปรเจคก็ผสม
ผสานกันหลายประเทศ  แต่ละงานมีความเป็นยูนีคและน่าสนใจมากๆ    แถมออฟฟิศเป็นห้องแถว
แบบญี่ปุ่นเก่าๆ สวยๆ  มีไวน์ซาลอน  แกลลอรี่เล็กๆ  แล้วก็จัดอีเวนท์เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมบ่อยๆ 
คนที่มาทำงานตรงนั้นก็มีแต่คนที่น่าสนใจทั้งนั้น   บางคนก็วาดรูป ทำหนัง  มีแต่พวกที่เสพศิลปะ
เข้าเส้นเลือดกันทั้งนั้น   ... รู้สึกดีนะที่เราเข้าไปเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยทำให้งานศิลปะได้เดินทางที่
หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
 

เรื่องชมรม
        ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลิกชมรมเทนนิส  เพราะไม่มีเวลาไปแล้ว (แค่เรื่องเรียน เรื่องภาษาฝรั่งเศส
กับแข่งศาลจำลองนี่ก็จะเอาตัวไม่รอด)   แล้วกำลังลังเลว่าจะทำยังไงกับชมรมถ่ายภาพที่อยู่ดี  อันนี้
ตัดใจลำบากเพราะอยากได้ห้องมืดไว้ล้างฟิล์มอย่างเดียวเลย  ...สรุปแล้วแคมปัสไลฟ์ของเราก็อยู่แค่
คณะนิติฯ ซะมาก  เพราะชมรมกฎหมายระหว่างประเทศนี่ก็มีแต่เด็กนิติฯทั้งนั้น
       สัปดาห์หน้านี้จะไปภูเขาหิมะอีกแล้ว  ไปเล่นสกีด้วย แล้วก็ไปจัดสัมมนากฎหมายระหว่าง
ประเทศของชมรมด้วย   เราทำเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน (หนีไม่พ้นเลยหัวข้อนี้) กับพวกคำ
ประกาศของสหประชาชาติทั้งหลาย   เพราะไปเที่ยวตะลอนๆ งานเลยไม่ค่อยเดิน   ตอนนี้เลยยุ่งมากถึงมากที่สุดจริงๆ

 
เรื่องเพลง เรื่องหนัง เรื่องละคร
       ยุ่งขนาดนั้นแต่ยังอุตส่าห์ติดละครได้  ติดคุณแม่จำแลงซะงอมแงม  ได้ดูพี่คริตเล่นละครดีๆ
ทุกสุดสัปดาห์นี่เป็นความสุขเล็กๆ เลยล่ะ  ผู้ชายอะไรเล่นละครดีเป็นบ้า
       แล้วก็มีความสุขกับการฟังเพลงมากๆ  ติดชิลเอฟเอ็มงอมแงม  แล้วก็ชักจะอยากฟังเพลงฝรั่งเก่าๆ ขึ้นมา 
...เพราะเมื่อวานดันไปฟังเพลง Desperado เพลงเก่าที่เคยชอบและยังชอบอยู่
       ช่วงนี้มีเรื่องน่าดีใจ คือหนังที่อยากดูทั้งหลายแหล่ได้รางวัลออสการ์ไปเต็มๆ  ไม่ต้องลุ้นแล้ว
ว่ามันจะมาฉายที่ประเทศนี้รึเปล่า  ไอ้ชื่อที่ขึ้นบนเอ็มน่ะทั้งนั้นล่ะ สักสิบเรื่องได้มั้ง (The Curious
Case of Benjamin Button,Milk,The Dark Knight,Slumdog,Happy-Go-Lucky,Across the
Universe,The Reader,Frost/Nixon)  แล้วก็ที่แน่ๆ คือ "A Moment in June" กับ "ความจำสั้น
แต่รักฉันยาว" (อยากดูมากกกก  ห้ามสปอยล์เนื้อเรื่องนะคับ)  พลอตแบบนี้  นักแสดงแบบนี้..หวัง
ว่าจะกลับเมืองไทยไปดูทัน
 

เรื่องกลับเมืองไทย
      แจ้งข่าวว่าจะกลับตั้งแต่วันที่เก้าเดือนมีนา  และอยู่ยาวจนถึงต้นเมษา   ท่าทางจะชีพจรลงเท้า
อีกแล้วรอบนี้   แต่เป้าหมายที่ต้องทำมากมาย  ที่แน่ๆ คือเรียนภาษาฝรั่งเศส  อาญา และรัฐ
ธรรมนูญ   เห็นปูไปฝึกงานที่กต.  อยากไปบ้างแต่สงสัยจะไม่มีเวลาแน่ๆ
        รับสมัครคนไปกินข้าว  ไปถ่ายรูป  ไปดูหนัง  แล้วก็ไปหาหนังสือดีๆ อ่านกันเถอะจ้ะ
 
 
 
(เกือบจะ) หมดเรื่อง
ไหนว่าไม่มีเวลา...พล่ามมาได้จนถึงขนาดนี้
สุดท้าย  คิดถึงทุกคนนะ  ตอนเรากลับเมืองไทย..ใครว่างไปกินข้าวกันเถอะ
 

ขอให้ทุกวันเป็นวันที่งดงาม
"As a well-spent day brings happy sleep, so life well used brings happy death."
December 22

วันดีดีของชีวิต

วันเกิดปีนี้ผ่านไปแล้ว
วันเกิดครั้งที่หกหลังจากมาอยู่ประเทศนี้
 
มีคำอวยพรดีๆ มากมาย
มีกำลังใจที่ส่งมาจากทางไกล
และมีความอบอุ่นจากเพื่อนใกล้ตัว
 
เข้าเลขสองมาแล้ว
ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเฮฮาปาร์ตี้มากมาย
คิดอยู่ว่าวันเกิดก็คล้ายๆ กับวันทั่วๆ ไป
ไม่ต้องเป็นอะไรที่พิเศษมากมายก็ได้
 
 
แต่วันเกิดปีนี้ ก็เป็นวันที่แสนดีของเราจนได้
....
อยู่ในช่วงเตรียมงานแข่งศาลจำลองรอบภายในประเทศ
ทั้งงาน ความกดดัน ความเครียดเรียงแถวกันมาเลย
ใช้ชีวิตอยู่ชั้นใต้ดินกับกองหนังและการถกเถียงตลอด
 
ก่อนวันเกิดก็เช่นกัน นั่งคุยกับรุ่นพี่เรื่องศาลจำลองไปอ่านเอกสารไปจนดึก
นั่งคุยกันแบบสบายๆ มีเรื่องเม้าธ์ให้พอหอมปากหอมคอ
พอผ่านเที่ยงคืน ก็มีเมล์กับโทรศัพท์อวยพรวันเกิดมาเรื่อยๆ
เป็นการเริ่มต้นวันเกิดที่สงบและสบายใจดี^_^
 
 
แล้วเช้าวันต่อมา
ตื่นรอบแรกตอนที่ป๊ากับแม่โทรมาอวยพรวันเกิดให้
(เสียงแม่งัวเงียมั่กๆ เลย)
 
แล้วเราก็ตื่นอีกรอบขึ้นด้วยเสียงออดหน้าบ้าน
มีไปรษณีย์มาส่ง กล่องแรกเป็นของโอก้าซัง
ข้างในเป็นขนมกับเจลลี่ที่อร่อยมากๆ กับการ์ดอวยพร
แล้วก็มีการ์ดสำหรับซื้อหนังสือเป็นรูปโนดาเมะ กับภาพเขียนของ Manet
 
และกล่องที่สอง
มาเป็นกล่องไม้จริงๆ
พี่กิ๊บกับน้องๆ ถ่ายรูปโตเกียว ทำเป็นการ์ดใส่ไว้ให้ข้างใน
ไม่รู้จะอธิบายว่ายังไง เรียกว่า "กล่องใส่โตเกียว" ล่ะกัน
 
รูปถ่ายฝีมือพี่กิ๊บกะน้องฝ้ายกะแพรสวยมาก ชอบทุกรูปเลย
แถมบางรูปก็ให้อารมณ์ Nostalgia สุดๆ
การ์ดที่เด็กๆ เขียนให้น่ารักมากๆ 
ดีใจอย่างแรงที่มีของอ.โคคุบุด้วย
เราอ่านไปยิ้มไปไม่หยุดเลย
 
ถึงปีนี้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันกับครอบครัวกอพอ
เราก็มีความอบอุ่นที่ส่งผ่านทางไปรษณีย์
แล้วก็ได้รับรู้ว่า เพื่อนคนสำคัญยังคิดถึงเราเสมอด้วย
 
กลางวันก็มีเมล์อวยพรมาจากเพื่อนๆ หลายประเทศ
พวกที่เจอกันตอนงานแข่งศาลจำลองรอบที่แล้วนั่นล่ะ
แถมมีวิดีโอฮาๆ ตอนที่ไปเที่ยวกันอีก
 
พอตอนเย็นๆ
เพื่อนๆ กลุ่มเราที่มหาวิทยาลัยก็จัดโฮมปาร์ตี้
รวมตัวกันที่บ้านฟุมิจัง เพื่อนสนิทที่อยู่คลับเทนนิสเหมือนกัน
ฟุมิกับอิจิโร่กับคาโอรินช่วยกันทำพาสต้า กับข้าว แล้วก็เค้กวันเกิดให้เราด้วย
เรียวคุงซื้อหมวกแฮปปี้เบิร์ธเดย์(ข้างบนเป็นเหมือนเทียนปักๆ อยู่) มาให้ใส่
นั่งกินนั่งคุย เล่นเกมเศรษฐีในเครื่องเพลย์ไปเรื่อยๆ (ชนะด้วยอ่ะ)
แล้วก็มีของขวัญจากทุกคนเป็นกรอบรูปสวยๆ กับการ์ดอวยพรแผ่นใหญ่
เป็นงานวันเกิดที่สบายๆ แต่อบอุ่นใจมากมาย ...
 
 
เช้าวันรุ่งขึ้น
ออดหน้าบ้านดังขึ้นอีกรอบหนึ่ง
มีกล่องของขวัญอีกหนึ่งกล่อง จากเพื่อนๆ กักคุได
เป็นแก้วน้ำแบบเก็บความร้อนความเย็นได้ลายดอกไม้น่ารักๆ
แล้วก็มีโปสการ์ดเป็นรูปละครเวทีเรื่องที่เราแสดงกันปีที่แล้ว
พวกเพื่อนๆ มันไปดูละครของคณะนี้รอบคริสต์มาสกันมา
แถมติดรูปสติกเกอร์มาให้ดูอีก อิจฉามากๆ เลย...
...แต่ก็ดีใจมากจริงๆ ...
 
แล้วก็สุดท้าย... โทรศัพท์ทางไกลจากปู
เพื่อนสุดเลิฟที่ได้ข่าวว่าอินเลิฟมากๆ
ดีใจที่ได้ยินเสียงแกว่ะปู...
 
 
ขอบคุณทุกคนที่ทำให้วันเกิดปีนี้
เป็นวันเกิดแสนอบอุ่นใจมากๆ อีกวันหนึ่ง
 
มีกำลังใจที่จะทำอะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมายเลยล่ะ ^___^
 
December 01

หิว


ก๋วยเตี๋ยวไข่ราชบุรี

ข้าวซอย (ไม่ต้องไปถึงเหนือ เอาแค่นครปฐมก็ได้)

ข้าวหลาม (นี่ก็ไม่ต้องไปหนองมน เอาหน้าพระปฐมเจดีย์ก็ได้)

แกงส้มภูเก็ต

หมูปิ้งชุบน้ำกะทิเจ้าในตลาด

ขนมครกเจ้าไหนก็ได้

ไก่ย่างป้าเปิ้ล

เป็ดย่างเอ็มเค

เครปฝรั่งเศสร้านพอพอทโตะ

ลาซันญ่าสิบสามเหรียญ

ฉู่ฉี่กุ้งร้านกรุงสยาม

ไอติมโยเกิร์ต

มัสมั่นไก่

ข้าวราดหมูผัดพริกร้านสงกรานต์

ไทยากิร้านที่สถานีกักคุได

กุ้งเผาร้านตีนสะพานสักสะพานที่สมุทรสงคราม

ขนมผักกาดที่อัมพวา

ไข่เจียวกุ้งสับร้านสุกี้๔๗

ไก่ทอดร้านป้าที่รร.สญ.

ลาบหมูร้านใกล้ๆ สี่แยกแขวง

 

อ๊ากกก...

 

อยากกินวุ้ยยยยยยยยยยยยยยยย.....

November 15

รัก สาม เศร้า : "เมื่อคนที่เรารัก กลายเป็นคนรักของเพื่อนที่เรารักที่สุด..."

1
สองวันที่ผ่านมา ทำงานติดต่อกันสี่สิบกว่าชั่วโมง
ขุดเอาอะไรต่อมิอะไรที่อ่านไปมาพูดมาเถียงกับรุ่นพี่
นั่งอยู่หน้าคอมพ์แล้วก็รายล้อมไปด้วยหนังสือกะเอกสาร
แล้วก็ลงมือเขียนแบบเป็นบ้าเป็นหลังไปเลย
งงตัวเองเหมือนกันไปเอาพลังมาจากไหน

...ก็ดีเหมือนกันนะ ได้ทำอะไรแบบสุดๆ ไป
งานก็ออกมาใช้ได้  สบายใจไปหน่อยหนึ่ง
ยังต้องอ่านต้องทำเพิ่มอีกเยอะ หายเครียดไปหลายล่ะ

แล้วเราก็ ...
โดดงานไปดูหนังมาอีกแล้ว

2
นั่งดูหนังเรื่อง "รัก สาม เศร้า"
ก็ยืดเยื้อต่อมาจากปิดเทอมใหญ่ฯ นั่นแหละ
ดูเทรลเลอร์แล้วอยากดูโคตรๆ
เห็นแนวแล้วรู้น่ะ ว่าสีกับอารมณ์หนังนี่ต้องเข้าทางแน่ๆ

โดดงานอีกรอบหนึ่ง
แต่ก็เป็นรางวัลกับตัวเองละกัน
(วันก่อนนั่นไม่ใช่รางวัล เค้าเรียกอบายมุข)

3
หนังเรื่องนี้มันกลมกลืนกันไปหมดเลย
ทั้งการแสดงออกของตัวละคร การเล่าเรื่อง
แล้วก็เรื่องราวข้างในที่เป็นธรรมชาติ
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตของเรา
แล้วแม่ง...โดน

หนังไม่ได้ฟูมฟายอะไรมากมาย
เราไม่ได้ได้กรี๊ดกร๊าดกับหนังเรื่องนี้ เหมือนเรื่องวันก่อน
แต่หลายฉากดูแล้วอบอุ่นข้างใน  บางฉากก็ทำน้ำตาร่วงแบบง่ายๆ

หนังเศร้านะ แต่ไม่ได้เศร้าแบบอึดอัด ไม่ได้เศร้าจนทรมาน
หนังเหมือนจะบอกให้เราเรียนรู้จากความเจ็บปวด จากน้ำตา
แปลก ที่หนังเศร้าๆ ทำให้เราได้คิดอะไรในด้านบวกได้มากมาย

4
เรื่องของความรักของเพื่อนสามคน
และชีวิตหลังจากจบการศึกษา

พายุ 
ผู้ชายนิ่งๆ เงียบๆ ที่รักเพื่อนฉิบหาย
นิ่งๆ แต่ตีนไวกว่าปาก แล้วก็มีมุมที่มีความเชื่อ
และค่านิยมแบบคนยุคเก่า  แบบคนที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีด้วย

น้ำ
ผู้หญิงอีกคนที่เก็บความรู้สึกตลอดเวลา
แต่ก็เป็นคนที่มีความรัก และต้องการความรักเหมือนคนทั่วไป
ในเวลาเดียวกันก็เป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรง และสุดท้ายก็คือ รักเพื่อน

ฟ้า
ผู้หญิงที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา คิดอะไรก็พูด
บุคลิกแบบคนขาดความรัก ที่มักจะทำตัวขวางโลก
คำพูดคำจาเหมือนไม่ค่อยแคร์ใคร  แต่มีความรักที่บริสุทธิ์มากๆ

เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน
น้ำแอบรักพายุมาตลอด
เหมือนๆ กับที่พายุรักฟ้า 

เรื่องที่เหมือนจะเศร้ามันเลยเริ่มขึ้น
เมื่อเวลาชีวิตเหลือไม่มาก แล้วฟ้าเปิดใจให้พายุ
พร้อมๆ กับที่ฟ้าไปรู้ความรักลับๆ ของน้ำ
แล้วโศกนาฎกรรมแห่งมิตรภาพและความรักก็เริ่มต้น...

3
เปิดเรื่องมาตอนที่พรีเซนต์ทีซิสจบคณะมัณฑนศิลป์
งานแต่ละงานพรีเซนต์ความเป็นตัวเองมากๆ
พร้อมๆ กับบุคลิกและความรัก ก็บอกผ่านเนื้องานนั้นด้วย

ฟ้า ใส่ "น้ำ" ลงไปในงานของตัวเองในทุกจุด
น้ำ ออกแบบอาคารให้ "ลม" เข้ามาได้ทุกทิศทาง
ส่วนพายุ แสดงความรัก "ฟ้า" ออกมาในงานอย่างเต็มที่

หนังเล่าเรื่องของเพื่อนได้โคตรเนียน
แต่ละตัวละครก็มีแคแรคเตอร์ที่ดูเป็นมนุษย์จริงๆ

ชอบพีคมาก เล่นได้ดีกว่าตอนเล่นสายลับฯ เยอะ
แสดงเป็นคนที่เหมือนจะไม่แคร์ใคร แต่พอรักก็รักหมดใจ
เวลาพูดไม่ได้พูดแค่ในไดอะลอก  แต่พูดอะไรข้างในออกมาด้วย
แล้วก็มีความน่ารักอยู่ในตัว  เวลาเธอหัวเราะออกมานี่แบบ..เฮ้อ

ส่วนก้อยที่เล่นเป็นน้ำก็โคตรมืออาชีพ
ไดอะลอกที่โดนๆ ก็มาจากปากเธอ ที่จับใจคนดูได้อยู่จริงๆ

และที่สำคัญที่สุด ชอบการแสดงของเป้สุดๆ
ผู้ชายมึนๆ ที่มีมุมน่ารักๆ  มีสายตาอบอุ่นอ่อนโยนสุดๆ
เวลาที่ต้องแสดงอารมณ์ก็แสดงออกมาได้ดีจนน่าตกใจ
แถมเซอร์ได้ใจ .... ขอแบบนี้คนหนึ่งเลย

ชอบงานกำกับของคุณยุทธเลิศอยู่แล้ว
ไดอะลอกแต่ละบทออกมาได้แบบโดนทุกหมัด
มีความหมายซ่อนเอาไว้ทุกคำ ..ทุกสายตาด้วย

ทั้งสีของหนังที่ไม่หวือหวา
เข้ากับอารมณ์ที่ไม่จัดจ้าน ไม่บีบคั้นจนเกินไป
แล้วแต่ละเพลงที่ดังขึ้นมา ก็เหมาะสมกับอารมณ์

และการแสดงออกก็ไม่ได้ผ่านแค่คำพูดอย่างเดียว
พอกลับไปคิดอีกรอบ ยิ่งเข้าใจถึงสารชัดยิ่งขึ้น
ดูจบอารมณ์มันค้างๆ อยู่ข้างใน แล้วต้องคิดต่อได้อีก

 

4
พูดถึงไดอะลอกเจ๋งๆ
จะว่ากันจริงๆ ชอบแทบทุกชอต

"แล้วความทรมานก็จะทำให้มึงพูดออกมาเองล่ะ"

"พ่อมึงเป็นฝรั่งเรอะ  กูไม่กิน กูเป็นคนไทย"

"...กูร้องเพลงไทย"

"ถ้ารักกันน่ะ  เราจะไม่ทำร้ายกันใช่ไหม"

"ไหน ไอ้สัตว์ที่ไหนบอกว่า ถ้าอยากได้ใจใครก็ต้องให้ใจเค้าก่อนน่ะ
แล้วนี่หกปีที่กรูให้แม่งไป ไมกรูไม่เห็นได้เหี้ยไรกลับมาเลยอ่ะ"

"เออ เนาะ คนเรา  เวลาแค่สามนาที บางทีก็หายากจัง"

"กูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่กูรู้ว่า กูไม่ทำให้มึงทุกข์ไปมากกว่านี้แน่ๆ "

"แล้วอย่าเลวกับมัน เหมือนกับผู้ชายคนอื่นล่ะ"

"นี่มึงชอบกูจริงๆ เหรอ  ไหนมึงลองจูบกูดิ"

"กูรู้มึงอยู่ได้  กูเนี่ยแหละจะอยู่ไม่ได้"

"ไอ้ฟ้ามันคงไม่เป็นไรหรอก  กูเนี่ยจะเป็น"

"มันไม่ผิดหรอกถ้ามึงจะรักไอ้ยุ  ถ้ามึงจะรัก มึงก็รักมันไปเหอะ
เพราะกูก็รักมันเหมือนกัน  แต่กูอยากให้มึงรู้ไว้อย่างหนึ่ง 
ไม่ว่ากูจะรักไอ้ยุมากแค่ไหน  แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่าที่กูรักมึง"

5
ชอบวิธีการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน
คำหยาบในเรื่องไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าหยาบอะไรเลย 
ยิ่งเรื่องในกลุ่มเพื่อน ก็เป็นเรื่องจริงๆ  ที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่า
เออ มันก็อย่างนี้จริงๆ คนเรา  คิดอะไรบางทีก็ไม่พูด
บางทีห่วงกัน แต่ก็ทำเป็นขำๆ ไป

แต่พอถึงเวลาที่มีอะไรต้องทำเพื่อเพื่อน ก็ทำได้สุดใจ
หนังบอกเล่าปัญหาหลายอย่าง ที่มีอยู่ในชีวิตจริงๆ

...เราจะทำยังไง ถ้ารู้ว่าเวลาชีวิตเหลือน้อย
...เราจะทำยังไง ถ้ารู้ว่าคนที่เราต้องการ ไม่ได้ต้องการเรา
...เราจะทำยังไง กับคนที่เค้าต้องการเรา แต่เราไม่ได้ต้องการเค้า
...เราจะทำยังไง กับปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้ว และแก้ไม่ได้
...เราจะทำยังไง ให้คนที่เรารัก ยอมมีชีวิตอยู่เพื่อเรา

หนังไม่มีความโรแมนติก แบบหนังรักทั่วไป
แต่เราสัมผัสความรักได้จากทุกบททุกตอนของมัน
หนังไม่ได้บอกคำเฉลย หรือทางแก้แบบในอุดมคติ
หนังทิ้งความเสียดาย เสียใจ แล้วก็บอกเล่าเรื่องราวในแบบความเป็นจริง
และสุดท้าย  หนังบอกคำตอบง่ายๆ สำหรับชีวิตว่า...

y1ph8K30IMsO8jsaLpvewcXEcRJ8_ERPTdmm2T33nKGOcuDKUhY40Kfw9Eyvf5z9UDFTjWpROTNQwc

...ถึงที่สุดแล้ว คุณก็ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

 

Kanga Lala ... huhu yungying ja

Occupation
Location
Interests
i'm just a little big girl who living in the real world with the power of dreaming.
Photo 1 of 21
More albums (55)
Lists
เพลงของจัสตินที่ฟังแล้วอยากโยกตัวเบาๆ